18 สกอร์ที่ลบไปของ หงส์แดง

แล้วสิ่งที่ชาวหงส์หวาดสะดุ้งก็ยังคงเกาะกัดความรู้สึก ทีมที่ได้ชื่อว่าเป็น ''แชมเปี้ยน'' ในกลุ่มท็อปเซเว่นโดยไม่เคยแพ้เลย ก็ยังมักต้องตกอยู่ใต้เครื่องหมายคำถามว่าเพราะเหตุใดถึงเร่งสปีดไม่ขึ้นประจำยามปะทะทีมกลุ่มข้างล่างของตาราง มันไม่ใช่คราวแรก ครั้งสอง ครั้งสาม แต่ว่ามันหลายครั้งมากมายๆมีเสียงโห่เล็กๆถึง จอร์แดน ไอบ์ (What?) มีเสียงชมเชยถึง ดิว็อค โอริกี้ โดยพลันที่พุ่งขวิดจ่อๆให้ลิเวอร์พูลแซงนำ มีเสียงพร่ำบ่นหนักแน่นถึงแท็กติกของ เจอร คล็อปป์ อีกครา ซึ่งจัดได้ว่าเป็นเหตุผลสำคัญเลยที่ทำให้เกมจบด้วยการเสมอ โยนชัยชนะทิ้งที่แอนฟิลด์
''คูตำหนินโญ่เจ็บไข้ตอนพักครึ่ง ผมเลยต้องแปลงออก มันเป็นเรื่องที่จำต้องทำ'' ชายผู้สวมแว่นสายตาทรงกลมตอบเรื่องที่น่าสงสัย แต่กระนั้นก็ยังมีคนไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุใดต้อง โฌแอล มาตำหนิป เพราะเหตุใดต้องปรับมาตึงเกมรับด้วยสามเซนเตอร์ฮาล์ฟ เพราะเหตุใดไม่ แดเนียล สเตอร์ริดจ์ ไม่ เบน วู้ดเบิร์น หรือ อัลเบร์โต้ โมเรโน่ นี่บอร์นมัธ ไม่ใช่บาร์เซโลน่า…
''โอเค ผมแค่คิดว่าบอร์นมัธมีกองหน้าสองคนที่มีความเร็ว ในเวลาที่ แดเนียล (สเตอร์ริดจ์) เพิ่งหายมาคงจะยังไม่เหมาะสมกับเกมประเภทนี้ ผมเลยเลือกแท็กติกอย่างนั้น'' ฟังแล้ว กลายเป็นผลึกเช่นเดียวกันมั้ย
1. การที่แปลงมาใช้ข้างหลังสามด้วยการถอดนักฟุตบอลที่ฝากความคาดหวังได้มากสุดออกตั้งแต่นาที 65 ซึ่งเวลาที่เหลือขนาดนั้นอย่างไรก็พกพาการเสี่ยงที่จะเสีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งยิ่งเมื่อพิเคราะห์จากความแน่นแฟ้นของเกมรับลิเวอร์พูลก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา
2. หากสเตอร์ริดจ์ไม่เหมาะสมกับ ''เกมอย่างนี้'' ก็ไม่สมควรใส่ชื่อเอาไว้ด้วยทุกสิ่งทุกอย่าง เพราะมันเสมือนทำข้อสอบแล้วจำไม่ได้ก็วงเดามั่วๆไป
3. ในเวลาที่โดน 2-2 ถึงด้านหลังเกมแต่ว่าเวลาก็ยังพอคงเหลืออยู่รวมทดเจ็บก็อย่างต่ำ 7 นาที เพราะเหตุใดนะครับ เขาถึงคงจะนิ่งที่จะปรับปรุงแก้ไขสถานการณ์ มีสิ่งใดดลบันดาลให้เชื่อว่าผู้เล่นที่อยู่ในสนามจะสามารถพังประตูที่สามได้
ซีซั่นนี้นอกจากโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดแล้ว สังเวียนของทีมท็อปเซเว่นก็ล้วนทำให้กองเชียร์บอร์นมัธเดินทางกลับไปอยู่ที่บ้านที่ดินแดนใต้ด้วยความชอกช้ำระกำใจมาตลอด แพ้ 4-0 ที่เอตำหนิฮัด, 3-1 ที่เอมิเรตส์, 3-0 ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ แล้วก็ 6-3 ที่กูดิสัน พาร์ค ด้วยเหตุนี้แล้วด้วยประการทั้งปวง ลิเวอร์พูลควรเก็บสามแต้มให้ได้กับ ''เกมอย่างนี้'' การบาดเจ็บของ ซาดิโอ มาเน่ ทำให้เกิดผลกระทบแน่นอนฤดูนี้พวกเขาไม่เคยกำชัยได้เลยยามไร้สตาร์คนเก่งทีมชาติเซเนกัล (เสมอ 2 แพ้ 2) แต่กระนั้นด้วยทรงของเกมอย่างคืนวันพุธ ด้วยความที่ช่วงหลังลงมาเร่งเครื่องจนกระทั่งบดออกนำไปเป็นระเบียบ หากรักษาสกอร์ไม่ได้ ก็ต้องซ้ำๆเพิ่ม แต่ว่าสมาคมสีแดงแห่งเมอร์ซี่ย์ไซด์ทำไม่ได้สักอย่าง อีกอย่างหนึ่งข้อสมมติฐานว่าทีมของคล็อปป์มักแพ้ทางพวกมาอุด แต่ว่านี่ไม่ใช่ บอร์นมัธภายใต้ผู้ฝึกสอนวัยรุ่น เอ็ดดี้ อาว มาแอนฟิลด์ด้วยการวางระบบ 4-4-2 มี โจชัว คิง กับ เบนิค อโฟเบ้ ยืนหัวหอก พวกเขาอุตสาหะเซตเกมรุกบนพื้นสู้ แม้อาจมีบ้างที่รอฉกความผิดพลาดเข้าจู่โจมราวกับได้แก่ลูกแรกที่ทำเป็น นี่ก็ไม่ใช่หนแรกที่เกิดอะไรอย่างนี้
วันเสมอซันเดอร์แลนด์ 2-2 ที่สเตเดี้ยม ออฟ ไลท์ก็ถูกทีเด็ด เจอร์เมน เดโฟ นาที 84 ต่อมาเสียท่าติดอยู่รังต่อสวอนซี 2-3 ทั้งที่อุตสาห์ฮึดเสมือนกลับมาได้แล้วแล้วก็แน่ๆที่เดอะ ค็อปคงจะจำฝังใจก็คือเกมแรกที่เยี่ยมบอร์นมัธต้นธันวาคม ปัญหาเป็นเพราะเหตุใดคุณถึงเก่งจังกับทีมใหญ่ แต่ว่ามักปวกเปียกกับทีมเล็ก???? พวกเขาเอาชนะคู่แข่งกลุ่มท็อปเซเว่นได้ถึง 7 เกมจาก 12 แต่ว่าทราบมั้ยนะครับว่าสถิติกับการเผชิญหน้าพวก 8 ทีมข้างล่างของตารางลงไปเป็นอย่างไร 21 แต้มจาก 39 แต้มเต็ม หรือ 21 แต้มจาก 13 นัดหมาย ใช้สมองน้อยๆคำนวณพอๆกับว่ามีถึง ''18 คะแนนที่หายไป''ฤดูนี้แพ้มาหมดแล้วตั้งแต่เบิร์นลี่ย์, บอร์นมัธ, สวอนซี, ฮัลล์ จนกระทั่งเลสเตอร์ ซิตี้ หากพอเจอเชลซี, ท็อตแน่ม, แมนฯ ซิตี้, อาร์เซนอล, แมนฯ ยูไนเต็ด จนกระทั่งเพื่อนข้างสวน เอฟเวอร์ตัน แทบยกขันหมากอัญเชิญให้รีบมาเจอเลยบอลมักมีอะไรแปลกๆเสมอ คล็อปป์ควรเขยื้อนสายตามองดูสเปอร์สซึ่งกำลังกดดันเชลซีไม่ลดละ การที่พวกเขาโกงความตายมาได้อย่างเมื่อวันพุธ ตอกย้ำว่าเพราะเหตุใดสองปีที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ถึงพกพามาตรฐานป้วนเปี้ยนบนหัวตาราง ต่อเข้าข้างซีซั่นก่อนอาจออกลูกสะดุดหัวคะมำก็ตาม พวกเขาแพ้ 3 เกมแค่นั้นให้กับลิเวอร์พูล, เชลซีแล้วก็แมนฯ ยูไนเต็ดใช่นะครับ เป็นเรื่องปกติที่ทำความเข้าใจกันได้ แต่ว่าเมื่อถึงแมตช์ที่ต้องชนะก็ชนะ ขุนศึกยี่ห้อไก่ของ เมาริซิโอ โปเช็ตตำหนิโน่ กวาดไป 32 แต้มจาก 12 เกมยามเจอกลุ่ม 8 ทีมข้างล่างของตาราง โดยการทำตกหายไปแค่ 4 แต้ม… ผมเคยเขียนไปก่อนแล้วว่าหากออกทรงนี้ สู้มีผลงานกลางก็ได้เมื่อเจอทีมใหญ่ แล้วแบ่งอะดรีนาลีนพลุ่งพล่านไปใส่กับทีมที่เหลือ มิฉะนั้นก็ต้องมานั่งปรับทุกข์กัน เพราะทีมเล็กมีมากกว่า
รอยต่อมา ซีซั่นนี้พวกเขาเสียประตูจากเซตพีซไป 11 ลูกจากทั้งหมด 39 ? ซึ่งแม้กระทั้งแมนฯ ซิตี้ที่โดนวิจารณ์เรื่องความอ่อนยวบเกมรับ หรืออาร์เซนอลก็ตาม ยังมีสถิติที่ดีมากยิ่งกว่าด้านนี้ นี่นับว่าเป็นอีกสิ่งที่ไม่ว่าใครก็ตามมาเจอก็ชอบฝึกฝนลูกตั้งเตะมาคอยทำร้าย เพราะคล็อปป์นิยมให้ผู้ร่วมทีมคุมโซนมากกว่าประกบคน
ก่อนนี้มีการกางเปรียบผลงานของ เบรนดินแดน ร็อดเจอร์ส กับคล็อปป์ ซึ่งก็แทบไม่แตกต่างกัน อย่างไรก็ดีก็มีคนชูหลักสำคัญว่าศักยภาพของทีมวัดกันทุกข์ยากลำบาก เพราะสมัยก่อนมีบ่าสองข้างของ หลุยส์ ซัวเรซ ที่แบกภาระทุกสิ่งทุกอย่างของทีม มาถึงยุคนี้แบ่งหน้าที่รับผิดชอบกระจัดกระจายมากกว่ายังไงก็ตาม ลิเวอร์พูลเป็นสมาคมที่ผูกติดการบรรลุผลตลอดมา

พวกเขาอาจไม่เคยไปถึงโทรฟี่พรีเมียร์ลีก แต่ว่าก็ทำเป็นใกล้เคียงมา 2-3 ครั้งตั้งแต่ยุค ราฟา เบนิเตซ มาถึงร็อดเจอร์ส ซึ่งนับว่าเป็นทีมที่มีการพรีเซ็นท์แบบอย่างแจ่มกระจ่าง มีผู้เล่นที่สามารถเรียกได้เลยว่าเป็นตัวดารานำชายระดับทวีป
คูตำหนินโญ่, ฟีร์มีโน่ แล้วก็มาเน่ ไม่ใช่ไม่เก่ง แต่ว่าเชื่อว่าสาวกหงส์เองก็ย่อมตราตรึงกับทีมที่มี เฟร์นานโด ตอร, สตีเว่น เจอร์ราร์ด, ชาบี อลอนโซ่, ฮาเวียร์ มาสเคราโน่ เหมือนกันกับทีมที่นำโดยหัวหอกฟันเหยินหมายเลขเจ็ด
ซัมเมอร์นี้คล็อปป์ประกาศแล้วว่าซื้อแน่…ผมเอาปัญหาเดียวกันนี้คุยกับเดอะ ค็อปก่อนเกมวันพุธ มีอยู่คนพูดน่าตกใจอย่างนี้นะครับ ''ผมอยากเห็นทีมซื้อ 6 คน เราต้องแปลงใหม่แล้วก็มีผู้เล่นสำรองตอบแทน ผู้รักษาประตู เซนเตอร์ฮาล์ฟ แบ็กซ้าย กองกลาง ตัวขอบเส้น แล้วก็กองหน้า''
ความน่าจะเป็นที่จะเห็นผู้ฝึกสอนที่ลุ่มหลงเพลงเฮฟวี่ทุ่มยกแผง จ่ายหนักๆก็น่ารู้ว่ามีมากแค่ไหนกัน ต่อมาหากติดตามบทสัมภาษณ์ของเขาตลอดก็คงจะทายใจใจได้ไม่ยากว่าเขาเองก็พอใจต่อทีมที่มีพอเหมาะ ด้วยเหตุนี้แล้วโอกาสที่จะซื้อกี่คน ใช้งบประมาณเท่าใดก็คงจะขึ้นอยู่กับว่าท้ายที่สุดจบอันดับเท่าใดในตาราง
โปรแกรมที่เหลือจากนี้อีก 7 เกม : สโต๊ค, เวสต์บรอมวิช, พาเลซ, วัตฟอร์ด, เซาธ์หมูแฮมป์ตัน, เวสต์หมูแฮม แล้วก็โบโร่
หากเป็นคอนเต้หรือโปเช็ตตำหนิโน่ก็คงจะลูบคลำปาก ทว่านี่เป็น ''ของแสลง'' สำหรับลิเวอร์พูลศักราชนี้ แน่ๆก็นับว่าเป็นเจ็ดเกมที่จะตัดสินคดีผู้ฝึกสอนอย่างคล็อปป์เพราะ ภายหลังได้คุมเต็มกำลังผ่านมาหนึ่งฤดูควรให้เกรดที่เท่าใดกัน 18 แต้มที่หายไป… จำต้องอุตริฝันน้ำลายเยิ้มว่าเก็บได้หมดเลย เอาแค่ครึ่งเดียวจากนั้น เพราะหากทำเป็นเดี๋ยวนี้ลิเวอร์พูลจะอยู่ที่สองตามหลังหัวหน้าฝูงเชลซีเพียงแต่ 3 แต้ม

Comments are closed